
ช่วงเวลาหนึ่งในกาลเวลาที่ฉันอยู่ การตื่นมามีชีวิต หายใจตามปกติ ใช้เวลาไปกับเรื่องราวมากมาย ฉันตื่นอยู่จริงใช่มั้ย เป็นคำถามที่ผู้ถามยังคงเฝ้าหาคำตอบและไม่สามารถจะเปิดปากถามใครได้ แต่เนื่องด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าของร่างกายมนุษย์ การเห็น การได้ยิน ความรู้สึก สัมผัสต่างๆ มันบอกว่าฉันตื่นแล้ว แต่คงจะเป็นแค่ สสาร-ร่างกายเท่านั้น ที่ตื่นมาทำหน้าที่ตามสมควร บ้างชอบ บ้างไม่ชอบ แต่ทางตรงกันข้าม ความจริงแท้จิตวิญญาณพลังงานที่หลับใหลอยู่หรือตัวตนที่จริงแท้ ยังคงรอคอยการถูกปลุกให้ตื่น แล้วเมื่อไหร่จะถึงช่วงเวลานั้น... คงเป็นการรอคอยที่ยาวนาน อาจจะมากกว่าช่วงชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งก็เป็นได้ เส้นแบ่งของกาลเวลา เลื่อนลอย จางหาย จนสายตาหยาบๆ ของฉันแทบจะมองไม่เห็น แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่สำคัญอะไรเลย ความจริง ความรู้ที่แท้จริง-ปัญญา เป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันควรจะมี ฉันเคารพความรู้สึกจากภายในมากกว่าเหตุผลทางสังคมบางประการ ก่อนนี้ฉันอาจจะมองไม่เห็นหลายสิ่งที่ควรพึงจะกระทำ มองไปรอบๆ ถึงตาของฉันลืมไม่สนิท แต่ฉันก็ยังได้กลิ่นความเคลื่อนไหวต่างๆ อณูของเกสรดอกไม้แวะเวียนมาทักทายกับจมูกของฉัน สายลมที่บางเบาแต่ซ่อนไปด้วยพลังโหมกระหน่ำเข้ามาโอบกอดไปทั่วทั้งร่ายกาย แสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องลงมาเปล่งประกายหล่อเลี้ยงสิ่งต่างๆ ให้มีชีวิต ผู้คนต่างใส่ใจกันละกัน ความไม่เข้าใจต่างๆ เริ่มระเหยไปในอากาศ เหมือนฉันจะฝันกลางวันไปคนเดียวจริงๆ ถึงการตื่นขึ้นมาของฉันจะไม่พบ อะไรหลายๆ อย่าง แบบที่ฝันไว้แต่ไม่ช้าไม่นานมันคงจะเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยดาวเคราะห์สีน้ำเงินใบนี้ก็ยังมีที่ให้สองเท้าของฉันยืนและอากาศให้ฉันหายใจ เหนื่อยหน่ายบ้าง ความสุขก็มีให้เห็น ในตอนนี้ที่ฉันพิมพ์ข้อความฉันคิดว่าฝันไป ...แต่ความเป็นจริง ณ ที่แห่งนี้ ฉันตื่นมาเพื่อจะหลับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น